
แนวคิดการพัฒนา Concept of sustainable development by CBS
ข้อมูลจังหวัดจันทบุรี

“ อัญมณี คือ ศิลปะเครื่องประดับ และเป็นศิลปะชั้นสูง สามารถใส่ในมงกุฏของกษัตริย์และเศียรของพระพุทธรูปได้ อัญมณี เป็น.....เครื่องชโลมใจ เป็น.....เครื่องสื่อความหมาย เป็น.....ของขวัญ เป็น.....รางวัลของชีวิต ผู้ที่ประสบความสำเร็จ จะค้นหารางวัลให้กับชีวิต และนำมาเป็นของขวัญให้กับคนที่เรารัก ตราบใดที่โลกนี้ยังมีผู้ที่ประสบความสำเร็จ ศิลปะ อัญมณี จะอยู่คู่ความเหมาะสมตลอดไป เพชรและพลอย เป็นวัตถุธรรมชาติที่มีราคามากกว่าชนิดอื่น คำว่า ศิลปะ คือความงานที่สร้างสรรค์ ปรุงแต่งด้วยความยาก ความลำบาก และความประณีต ด้วยสมาธิ ความอดทน และความลงตัว ด้วยอาการสงบ อิสระ ปล่อยวาง สว่าง เบิกบาน และสร้างสรรค์ ศิลปะบางชิ้นงานไม่สามารถประเมินราคาได้ ต้องอาศัยวิธีการประมูล การนำเพชรและพลอยมาใส่ศิลปะ สามารถพัฒนาไปได้มากกว่า การเป็นแหวน เป็นจี้ เป็นต่างหู ฯลฯ
การนำศิลปะอัญมณีใส่ใน นาฬิกา ปากกา แว่นตา โทรศัพท์มือถือ พระพุทธรูป พระพิฆเนศ รูปภาพ กรอบรูป แจกัน ต้นไม้ ถ้วยโชว์ และรูปแบบสัตว์ชนิดต่าง ๆ ทั้งงานประดิษฐ์และงานแกะสลัก สามารถสร้างสรรค์ได้อีกมากมาย อัญมณีสร้างสรรค์ด้วยงานอันประณีต สมราคา จะไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่จะเป็น สิ่งเติมเต็มให้กับชีวิต เพราะยิ่งเนิ่นนานวันเข้าก็ยิ่งมากด้วยความสำคัญอันล้ำค่า และ....ศิลปะ คือ งานสร้างสรรค์ มนุษย์ยังต้องสร้างสรรค์ต่อไป สินค้าของฝากและสินค้าสร้างสรรค์ภายในบ้าน ยังมีความต้องการอยู่อีกมากและสร้างสรรค์อย่างไม่รู้จบ แต่วัตถุดิบ คือ เพชรและพลอย มีจำนวนจำกัด ลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งมีคุณค่า และราคาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เป็นปกติ เป็นธรรมชาติ
จุดกำเนิดของอัญมณี ที่มีชื่อมากที่สุดในโลก คือ จังหวัดจันทบุรี เหตุผล คือ....พลอยทั่วไปทุกประเทศที่เป็นเนื้อแข็ง ความแข็ง 9 โมลว์ พลอยตามธรรมชาติทุกสีใน 1,000 เม็ด จะมีพลอยสุกตามธรรมชาติ ที่สวยเปล่งปลั่งดีแล้ว เพียงแค่ 5-10 เม็ด การผลิตหรือการเจียระไนให้สวยงามจึงทำได้น้อยและหายากมาก แต่บังเอิญ ในปี 2511 มีโรงหนังชื่อ เฉลิมไทย ได้เกิดไฟไหม้ มีคนพบพลอยกองหนึ่ง เป็นพลอยแดงสีเปล่งปลั่งสวยมาก เหมือนพลอยดิบ ที่สุกตามธรรมชาติ เกิดเอะใจ จึงนำพลอยที่ไม่สวย ไปลองเผาด้วยวิธีต่าง ๆ จนเกิดประสบความสำเร็จ พลอยที่ยังไม่สุกจะมีสีหม่นหมองมาก แต่เราสามารถพัฒนาทำให้สุกก่อนกำหนดได้ ทั้งพลอยทับทิม พลอยไพลิน และพลอยบุษราคัม การผลิตหรือการเจียระไนพลอยที่สวยที่สุดและมากที่สุด กลายเป็นจังหวัดจันทบุรี ในขณะนั้นจังหวัดจันทบุรีโด่งดังมาก ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่ดีที่สุด และหาเงินได้ง่ายมากที่สุด ”
1 ภูมิประเทศ/สถานที่ท่องเที่ยว
จันทบุรีเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกของประเทศไทย มีภูมิประเทศเป็นที่ราบสลับภูเขา และที่ราบชายฝั่งทะเล จึงทำให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าคือ อัญมณี จันทบุรีมีภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่อง การปรับปรุงคุณภาพสีพลอย ให้สวย ใส ได้ดีเป็นอันดับหนึ่งของโลก และทรัพยากรอีกอย่างหนึ่ง คือ ผลไม้ หลากหลายชนิด มีทุกฤดู และมีมากที่สุดของประเทศ ให้เลือกรับประทานได้ทั้งปี มีสมุนไพรไทยที่เรียกว่า "กระวาน", "ใบชะมวง" เมื่อนำมาทำอาหารแล้ว ถือเป็นเมนูเด็ดอีกชนิดหนึ่ง สมุนไพรดังกล่าว ช่วยในการบำรุงร่างกายอีกด้วย กระวานมีสรรพคุณช่วยแก้โลหิตเน่าเสีย, รักษาโรคผิวหนัง, ขับผายลม, ขับเสมหะ ส่วนใบชะมวง มีสรรพคุณช่วยระบายท้อง, แก้ไข้, กัดฟอกเสมหะ ซึ่งสมุนไพรทั้งสองชนิด เป็นเมนูของภูมิปัญญาชาวบ้าน อยู่ในอาหารเมนูเด็ดของจังหวัด "หมูชะมวง และ ไก่บ้านต้มกระวาน" และการท่องเที่ยวในจังหวัดยังเป็นธรรมชาติอยู่อีกมาก รีสอร์ท ที่พักก็มีเพียงพอที่จะรับรองนักท่องเที่ยว ฤดูร้อนก็มีทะเลให้ตากอากาศ เช่น อ่าวยาง อ่าวกะทิง เกาะนมสาว อ่าวคุ้งกระเบน ชายหาดเจ้าหลาว ซึ่งมีชายหาดสวยงามมาก มีอาหารทะเลที่สด สะอาด อร่อย อีกทั้งยังมีการแสดงของปลาโลมา ที่โอเอซีส ซีเวิลด์ และมีประวัติศาสตร์ที่ฝรั่งเศสจะมายึดครองเมืองจันทบุรี มีโบราณสถานให้เห็น คือ ตึกแดงและคุกขี้ไก่
เนื่องจากนิสัยพื้นเพของคนจันทบุรี เป็นคนมีน้ำใจ อ่อนโยน เป็นกันเอง ไม่ถือตัว ยินดีที่ได้พบผู้อื่น สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ปลายฤดูร้อนถึงต้นฤดูฝน จะมีผลไม้ให้เก็บชิมในสวน ท่องเที่ยวตามบรรยากาศต่าง ๆ มีแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถาน โบราณวัตถุ ในพิพิธภัณฑ์พาณิชย์นาวี และในสถานที่มีโบราณสถานที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยสร้างในที่สูงเพื่อป้องกันการรุกรานจากญวณ ปัจจุบันยังมีปืนใหญ่ที่สภาพยังดีวางเรียงรายอยู่โดยรอบเขาเรียกว่า "บ้านเนินวง หรือ ค่ายเนินวง" มีอู่ต่อเรือพระเจ้าตากสินที่เสม็ดงามสร้างขึ้น เพื่อรวบรวมกำลังมาเพื่อยกทัพไปตีพม่ายึดกรุงศรีอยุธยากลับคืน ซึ่งมีตำนานที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง สถานที่ใกล้ ๆ ก็มีทะเล และชายหาด ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำจันท์ สภาพทะเลน้ำจะนิ่ง สงบ และมองเห็นพระอาทิตย์ตกดินชัดเจน สวยงามมาก คนในท้องถิ่นมีความชำนาญการทอเสื่อกก หากนำมาประยุกต์ให้ใกล้เคียงกับเสื่อญี่ปุ่น ก็เป็นตลาดการท่องเที่ยวได้อีกอย่างหนึ่ง และเมื่อท่านอิ่มเอมกับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว ท่านยังสามารถไปชมโบสถ์คาทอลิคที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีประวัติยาวนานกว่า 275 ปี โดยมีการก่อสร้างลักษณะสถาปัตยกรรมตะวันตก เรียกว่า "ศิลปะแบบโกธิต" อีกทั้ง วัดเขาสุกิม ซึ่งมีหุ่นขี้ผึ้งของครูอาจารย์ สายหลวงปู่มั่น ที่น่ากราบไหว้บูชา มีวัตถุโบราณหลากหลายชนิดให้เยี่ยมชม ซึ่งแต่ละวันจะมีผู้เข้าเยี่ยมชม และกราบนมัสการเป็นจำนวนมาก
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เป็นสถานที่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ที่มีรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า เรียกว่า "รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ" ประชาชนจะนิยมมากราบนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นจำนวนมาก เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง ซึ่งได้จัดเป็นประจำทุกปี โดยเปิดให้เข้ากราบนมัสการในเดือนมกราคม – มีนาคม ของทุกปีเท่านั้น

สถานที่อีกแห่งหนึ่งคือ วัดเขาพลอยแหวนซึ่งเป็นต้นกำเนิดประวัติศาสตร์การค้าขายอัญมณี บนวัดมีเจดีย์ที่สร้างครอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้ เมื่อขึ้นไปบนยอดเขานมัสการเจดีย์ จะได้ยินเสียงน้ำไหล บ้างก็ว่าสายน้ำนี้มีถ้ำรอดไปจนถึงตำบลสีพยา บ้างก็ว่าในสมัยโบราณเป็นเส้นทางการหลบหนีตำรวจของโจรผู้ร้ายโดยเดินจากลำน้ำในตำบลสีพยา แล้วจะมีถ้ำให้เดินไปถึงยอดเขาพลอยแหวน คนสมัยก่อน เล่าว่า เขาพลอยแหวน เป็นภูเขาไฟที่สงบมานานแล้ว และมีทางไหลของพลอย วันดีคืนดีก็จะมีลูกไฟลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า และไปตกแถบ ตำบลบางกะจะ ตำบลสีพยา และตำบลบ่อพุ แต่ที่สำคัญคือ เมื่อประมาณกว่า 100 ปีก่อน แถบนี้มีการขุดพลอยด้วยมือ และมีตลาดซึ่งขายพลอยก้อน เรียกว่า "โรงสี" มีอายุยาวนานกว่า 50 ปี พลอยที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก คือ บุษราคัม ของแท้ ถิ่นกำเนิดอยู่ที่นี่ บุษราคัมของจันทบุรี จะแตกต่างจากของที่อื่นมาก เพราะของเขา เส้นหิน เส้นน้ำ หรือน้ำพลอยจะออกแข็ง ๆ แต่ของบ้านเรา น้ำพลอยจะออกอมฉ่ำ อมหวาน สวยงามมาก เหมาะกับคนไทยที่มีลักษณะอ่อนโยน และปัจจุบัน ก็ยังมีอยู่ ตลาดจะเปิดเวลาประมาณ 7.00 น.– 9.00 น. หลังจากนั้น ก็จะนำไปเผา และเจียระไน และนำไปขายในตัวเมือง และปัจจุบันได้เปลี่ยนจากการขุดมือ เป็นการทำเหมือง ซึ่งเหลืออยู่อำเภอเดียวในจันทบุรี คือ อำเภอท่าใหม่ สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ หากสถานที่นี้ ได้รับการพัฒนาให้เป็นตลาดค้าพลอยของท้องถิ่น ก็จะสามารถเพิ่มตลาดการท่องเที่ยวได้อีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งแต่เดิมนักท่องเที่ยวจะเที่ยวแต่สถานที่ธรรมชาติ และพิพิธภัณฑ์ หากเรามีการเชื่อมโยง และประชาสัมพันธ์ ถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งอัญมณี และแหล่งผลิต ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตหลายขั้นตอน น่าจะสามารถเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมแหล่งอัญมณีของจันทบุรีได้ เช่น การมาเยี่ยมชมที่ " โรงงานกลาง อัญมณี CBS " จะเห็นถึงขั้นตอนการเจียระไนพลอย รวมไปถึงการทำตัวเรือน ที่ประณีต ขั้นตอนการทำเครื่องประดับแต่ละชิ้น ซึ่งจุดนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มจากเดิมได้ " โรงงานกลาง " จะเปิดให้ทุกท่านเยี่ยมชมทุกวัน ซึ่งจะสามารถทำให้เงินสะพัดเข้ามาในจังหวัดได้อีกมากมาย และถ้าช่วยกันผลักดัน ให้ อบต. อบจ. อสม. สถานศึกษา และส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้ว ให้มีแผนมาเยี่ยมชม จะช่วยกระตุ้นการพัฒนา อุตสาหกรรมอัญมณี และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และจัดองค์ประกอบของจุดขายภายในจังหวัด ให้เป็นจุดแข็ง เช่น จัดงานเทศกาล จันทบุรี เจมส์ & จิวเวอร์รี่ แฟร์ ในย่านแบรนด์ดังตลาดพลอยโดยเน้น กลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย 70 % และต่างชาติ 30 % จัดงานเทศกาลผลไม้ ในรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ และให้ทัวร์ฉิ่งฉาบกลับมาเหมือนเดิม ปรับปรุงสถานที่ น้ำตกกะทิง น้ำตกเขาสอยดาว หรือจากทางขึ้นของน้ำตกพลิ้วที่เป็นร้านค้า เปลี่ยนแปลงสร้างโลเคชั่นใหม่ ชั้นล่างขายของฝาก ชั้นบนเป็นร้านอาหาร หลังคาติดสปริงเกอร์ มีน้ำพรมสองข้างทางตลอดเวลา โดยใส่ศิลปะลงไป ไม่เกิน 30 % ให้เป็นธรรมชาติแต่คลาสสิค มาตรฐานสูง น่าดู น่าเยี่ยมชม เท่านี้ก็เพิ่มนักท่องเที่ยวได้แล้ว
ส่วนตลาดพลอยที่ถนนศรีจันทร์ มีอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งมีแบรนด์ระดับโลก มีชื่อทั้งในและต่างประเทศ ทุกวันศุกร์ หรือวันเสาร์ จะมีผู้มาซื้อขายพลอย มากกว่า 1,000 คน การซื้อขายพลอยจะซื้อขายกันหลายล้านบาทต่อวัน ส่วนวันธรรมดาก็จะซื้อขายพลอยก้อนเป็นส่วนใหญ่ น่าศึกษา เยี่ยมชม และน่าทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ มีผู้มาเยี่ยมชมปีละเกือบล้านคน หาดเจ้าหลาว และเกาะช้าง มา ปีละล้านกว่าคน โดยภาพรวมทั้งหมดของจังหวัด ถ้าพัฒนากันอย่างจริงจัง ภายใน 2 ปี ตั้งเป้าให้ ผู้คนมาแวะเยี่ยมชม 1 ล้านคนต่อปี ไม่น่าจะยาก หลังจากนั้นก็จะขยายออกไปเรื่อย ๆ ตามการ เจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ
2 สภาพปัญหา/ความต้องการ/ความเร่งด่วน
ปี 2545 ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดจันทบุรี ได้ให้โอกาสจัดบู๊ทขายสินค้าในงาน Bangkok Gems Fair เมืองทองธานี ในเดือนกันยายน และได้นำผู้ประกอบการค้าอัญมณีจำนวนหนึ่งออกงานแสดงสินค้า หลังจากนั้นผู้ประกอบการส่วนหนึ่งเริ่มออกงานขายในต่างถิ่น นี่คือ การเริ่มยุทธวิธีรุกในทางการตลาดออกจากบ้าน ไปสู่โลกภายนอก และในปี 2546 จังหวัดจันทบุรีได้รับการรณรงค์และเสริมสร้างความเข้าใจด้านเครือข่ายวิสาหกิจ โดยสถาบันคีนันแห่งเอเชีย และสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ โดยได้มีการวิจัยของหน่วยงานราชการ และสถาบันเฉพาะทางต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า จังหวัดจันทบุรีเป็นศูนย์รวมของพ่อค้าพลอยขนาดใหญ่ ที่มีความสามารถในการเผาพลอยได้ดีกว่าแหล่งอื่น ๆ มีความหลากหลายของพลอย และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก อย่างไรก็ตามอัตราการขยายตัวของการส่งออกพลอยของไทยไปตลาดสหรัฐอเมริกาลดลงถึงร้อยละ 24.01 จึงได้รับการรณรงค์จากสถาบันคีนันแห่งเอเชีย และสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ โดยในปี 2546 ยุทธศาสตร์จังหวัดจันทบุรี ได้บรรจุ "อัญมณี" ลงไปในยุทธศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนให้จัดงานเปิดโลกอัญมณี ซึ่งทางสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้รับผิดชอบ จากนั้นมาผู้ประกอบการหลายรายได้เปิดตัวเองออกไปสู่ตลาดโลก และเริ่มย้ายฐานไปอยู่กรุงเทพมหานครเพื่อความสะดวกในการติดต่อค้าขายกับลูกค้า แต่มีผู้ประกอบการบางส่วนในจังหวัดที่ไม่ได้รับประโยชน์แต่อย่างใด เป็นเพราะ การกระจายข้อมูลข่าวสาร หรือการเปิดรับสมัครสมาชิก หรือการจัดตั้งองค์กรไม่เป็นไปในระดับที่ดีเท่าที่ควร อยู่ในวงแคบเกินไป กลุ่มที่มีทุนน้อย เป็นโรงงานเล็ก ๆ กลุ่มโบรกเกอร์ คนงานเจียระไน และอื่น ๆ ในสายอาชีพนี้ยังมีอีกมาก ไม่ได้รับโอกาสนี้ไป การพัฒนาในลักษณะนี้ทำให้เกิดช่องว่างความไม่เท่าเทียมกัน เงินทุน โอกาสจากภาครัฐ ปลาเล็ก ถูกปลาใหญ่กิน เป็นการแก้ด้านบนลงสู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ผิดอย่างมาก

ในงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลลี่ แฟร์ ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 14 – 18 กันยายน 2554 ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการค้าขายอัญมณีจากจังหวัดจันทบุรีจำนวนมากออกงานแสดงสินค้าในครั้งนี้ ผลปรากฏว่ามีผู้ประกอบการบางรายเท่านั้นที่ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ของผู้ประกอบการเอง สภาพปัญหาของผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ ทักษะพื้นฐาน หรือเบสิคการวางรูปแบบสินค้า และวิธีการทักทายเพื่อจำหน่ายสินค้า และที่สำคัญ สินค้าที่ไม่ได้ติดตามเทรนของแต่ละปี ยังผลิตตามใจผู้ผลิต แต่ไม่ได้มองความต้องการของลูกค้า สุดท้ายขาดทุนทั้งคู่ (ผู้ลงทุน และผู้สนับสนุน) สำหรับรายที่มีประสบการณ์ในการค้ากับลูกค้าปลายทางในต่างประเทศ ก็จะสามารถปรับการผลิตให้เข้ากับการผลิตของโรงงานจิวเวลรี่ เช่น ในการฝังพลอยในตัวเรือน การเผื่อขึ้นลงที่จะสามารถนำอัญมณีลงไปฝังในกระเปาะได้ ลูกค้าต่างประเทศหลายรายที่พบในงานโชว์ ต้องการซื้อสินค้าที่ผลิตจากโรงงานเจียระไนในจังหวัดจันทบุรี เพราะเชื่อถือ การปรับปรุงคุณภาพสีพลอย ดังนั้น โรงงานในจันทบุรีต้องควบคุมคุณภาพงานให้ได้ แต่ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น คือ การขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากในช่วงปี 2544 ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจคนงานเปลี่ยนอาชีพ โดยเฉพาะแรงงานที่มีฝีมือดี ๆ เปลี่ยนอาชีพมากที่สุด เพราะพวกเขาไม่เหมาะกับงานลุย หรืองานที่ไม่ได้มาตรฐาน ในช่วงนั้น ค่าแรงงานถูกลงมากเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่ต่อมาผู้ประกอบการหลายรายในจังหวัดจันทบุรี เริ่มออกไปหาตลาดต่างประเทศ จึงเริ่มมีออร์เดอร์มากขึ้น แต่ก็จะประสบปัญหาในการแข่งขัน โดยมีคู่แข่งทางการค้า เช่น จีน อินเดีย เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากที่สุด และความคิดที่ว่า สนับสนุนผู้ประกอบการให้ไปจำหน่ายสินค้าให้มาก ก็จะเกิดการสร้างงานขึ้นเอง แต่ไม่สำรวจสินค้าว่าจะมีคุณภาพหรือไม่ เพราะถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพที่ดีพอ การทำตลาดก็จะล้มเหลว สู้บริษัทอื่นไม่ได้ และ ไม่ได้เกิดการจ้างงานจริงเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นพลอย หรือตัวเรือน ไม่ต่างกัน สินค้า "งานต้องมีคุณภาพ มาก่อนสิ่งอื่นใด" เป็นหลักประกันที่ดีที่สุด สินค้าที่มีคุณภาพจะมีความงามเป็นอมตะในตัวของมันเอง และนั้นคือ มูลค่าที่มันจะขายด้วยตัวของมันเอง ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ ต้องทำการเชื่อมโยงผู้ใช้แรงงานที่มีฝีมือดีที่สุดให้มารวมกัน ณ จุดใด จุดหนึ่ง และก่อตั้งโรงงานกลางขึ้นมา รับจ้างเจียระไนพลอย และตัวเรือนมาตรฐานการส่งออก และให้ผู้มีฝีมือทั้งหลายเหล่านี้เป็นผู้สอน ผู้ฝึก รายใหม่ โดยมีส่วนราชการคอยให้การสนับสนุนงบประมาณให้ หลังจากนั้น ถึงค่อยต่อยอดเปิดช่องทางให้ไปแข่งขันกับบริษัทอื่น
บริษัท จันทบุรี บุญคุ้มครอง สโตน แฟคตอร์รี่ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดที่มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีได้ตระหนักถึงปัญหาข้อนี้ ได้พยายามหาวิธีแก้ไขปัญหา และต้องการตอบโจทย์ปัญหานี้ที่บริษัทมีพนักงานมากกว่า 100 คน จึงมีความเข้าใจและมองเห็นปัญหานี้ จึงได้พยายามจัดตั้ง " โรงงานกลาง " และ " กองทุนผู้ใช้แรงงาน " เพื่อช่วยเหลือกลุ่มแรงงานที่มีคุณภาพ ทั้งเจียระไนพลอย และทำตัวเรือน ให้แข็งแรงมากที่สุดให้ได้ และควรเชื่อมโยงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อทำการตลาดที่ดีที่สุด (ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว) ตลาดการท่องเที่ยวเป็นตลาดที่ดีที่สุด มีความต่อเนื่องและถาวร ความเสี่ยงจากการตกงาน จะไม่เหมือนในอดีต โดยได้รับความร่วมมือจาก ท่าน ผอ.ศักดิ์ชัย พูลสรรพสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดจันทบุรี และอีกหลายหน่วยงานของจังหวัดให้การสนับสนุน ซึ่งต้องขอกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้
จังหวัดจันทบุรี มีชื่อเสียงยาวนานในการผลิตและจำหน่ายอัญมณี แต่การขออนุญาตประกอบการโรงงานของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี แทบไม่มีโรงงานผลิตอัญมณีเลย ทั้ง ๆ ที่อุตสาหกรรมเครื่องประดับและอัญมณีมีการส่งออกเป็นหนึ่งในสิบของ GDP ประเทศ และจังหวัดจันทบุรีเป็นฐานการผลิตที่มีความรู้ทางด้านการปรับปรุงคุณภาพพลอย และการเจียระไนเป็นอันดับหนึ่งของโลก การวิเคราะห์หาเหตุผลว่าทำไม ถึงไม่มีการจดทะเบียนขออนุญาตประกอบการโรงงาน คำตอบที่ได้รับ คือ การผลิตอัญมณีเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน ดังนั้น หากต้องการขยายฐานทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดจันทบุรี ควรพิจารณาจากอุตสาหกรรมในครัวเรือน ขึ้นไปสู่อุตสาหกรรมการผลิต แนะนำวิธีการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย และชี้แนะแนวทางการเสียภาษีที่ถูกต้องไม่ให้มีการถูกย้อนภาษี
บริษัท จันทบุรี บุญคุ้มครอง สโตน แฟคตอร์รี่ กรุ๊ป จำกัด ได้วิเคราะห์ประเด็นปัญหาของอัญมณีส่วนหนึ่ง แต่วิธีที่อยากนำเสนอให้กับจังหวัดจันทบุรี คือ "คลัสเตอร์อัญมณี" ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดในจังหวัดกระทำได้สมบูรณ์แบบเลย การทำคลัสเตอร์หากทำให้สมบูรณ์แบบแล้ว จะสามารถแก้ปัญหาหลายอย่างให้กับท้องถิ่นได้ ปัญหาสำคัญที่ทำให้คลัสเตอร์ไม่เคยประสบผลสำเร็จนั้นคือ "ผู้นำคลัสเตอร์" หากผู้นำคลัสเตอร์ไม่มีองค์ความรู้ครบทุกด้าน ก็ไม่สามารถนำพาคลัสเตอร์ให้สำเร็จไปได้
คลัสเตอร์จะเป็นการรวมส่วนราชการ เอกชน และการศึกษา และอีกในหลายส่วนให้มีประโยชน์ร่วมกัน ผู้ที่ควรมีบทบาทในการทำงานคือ "จังหวัด" การวางแผนงานให้สอดคล้องกันระหว่างราชการ เอกชน การศึกษา การค้า การผลิต ฯลฯ ควรเริ่มต้นจากยุทธศาสตร์ของจังหวัดเท่านั้น ที่ผ่านมาในอดีต การใช้จ่ายงบประมาณของจังหวัดเป็นไปตามกระแสมิได้มีการวางแผนงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบการจริง ๆ แต่เลือกที่จะคุยกับผู้ประกอบการบางส่วน ซึ่งบางครั้งข้อมูลที่ได้ไปก็ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการสร้างภาพให้ดูสวยงาม ไม่ได้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ และอีกส่วนหนึ่งที่ราชการไม่ได้ความจริงจากผู้ประกอบการเนื่องจากผู้ประกอบการไม่อยากวุ่นวายกับข้าราชการ พ่อค้าไม่อยากคุยกับสรรพากร ฯลฯ เหล่านี้คือปัญหาที่แท้จริงของการพัฒนาจังหวัด ทั้งที่จริงจังหวัดมีจุดแข็งสามารถเจริญเติบโตได้โดยทรัพยากรที่มีอยู่ในจังหวัดอย่างเหลือเฟือ

หลังจากได้เปิดกิจการ บริษัท จันทบุรี บุญคุ้มครอง สโตน แฟคตอร์รี่ กรุ๊ป จำกัด มาเป็นเวลากว่า 7 ปี ลองผิดลองถูกจนในที่สุด ประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่ง และได้เริ่มมองเห็นปัญหาหลายจุด ที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน
1. การขาดแคลนแรงงาน สินค้าไม่ทันส่ง เพราะ การเจริญเติบโตของเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง
2. ปัญหาแรงงานที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะอยู่ในมาตรฐานต่ำมานาน
3. การขาดแคลนวัตถุดิบ หรือพลอยดิบ อย่างมาก ถ้าไม่รีบแก้ไข อาจผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะจีนและอินเดีย กำลังเป็นคู่แข่งที่อันตรายที่สุด
4. ระบบภาษี กลายเป็นตัวบล็อก ตัวอุปสรรคในการแข่งขัน การต่อยอด และการพัฒนา ของกลุ่มพลอยดิบ และพลอยสำเร็จ เป็นจุดอ่อน ให้เจ้าหน้าที่ทำทุจริตได้ง่าย
5. ทุน การเข้าถึงแหล่งทุน ดอกเบี้ยถูก เพื่อปรับโครงสร้าง และการต่อยอดหรือการขยาย โอกาส
6. ความชัดเจนของภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหา เพราะเป็นกลไกสำคัญ ในการแก้ไขปัญหา และขยาย โอกาส
วงจรปัญหา มีอยู่ว่า
พลังงานตัวแรก คือ มนุษย์ นักดีไซด์เนอร์ ผู้ค้า จนถึงช่างฝีมือผู้ใช้แรงงาน
พลังงานตัวที่สอง คือ วัตถุดิบ หรือ เพชรพลอยทุกชนิด และทองนาคเงิน
พลักงานตัวที่สาม คือ ความต้องการของตลาด
พลังงานทั้ง 3 อย่างนี้ จะต้องควบคุมให้เชื่อมโยงกัน จะขาดการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันไม่ได้ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็อยู่อย่าง " อนาถา " รอฟ้าบัลดาล ต้องสามารถควบคุมให้มีความพร้อมที่จะเชื่อมโยงให้ถึงกันตลอดเวลา บ.เดอะเบียร์ สามารถทำได้ คือ การควบคุมวงการเพชร และทำได้ดีมาก เขามีแผนที่จะควบคุมวงการพลอยเช่นกัน แต่บังเอิญ " เรายังพอมีบุญ " เขาเจอวิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนัก ปัญหาขณะนี้ ระดับรัฐบาล หรือ ผู้บริหารสูงสุดของประเทศ จึงจะแก้ไขได้ดีที่สุด เพราะถ้า เดอะเบียร์ ไม่มีรัฐบาลสนับสนุนก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ทำไม ? เดอะเบียร์ทำได้

ต้นไม้เมื่อมีปัญหา ต้องแก้ที่ราก
ปัญหาธุรกิจอัญมณี ถ้ารากมันเน่า ก็อาจจะถูกโค่นได้
ราก คือ ..........อะไร ? ราก คือ " ช่างฝีมือ "
และ " ถ้าไม่มีช่างศิลปะ หรือนักดีไซด์เนอร์ เพชรหรือพลอยก็ไม่ต่างอะไรกับหินธรรมชาติทั่วไป "
ช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป ความสำคัญของเขาไม่ด้อยกว่าปริญญาตรี โท หรือเอก โดยเฉพาะช่างดีไซย์เนอร์เขาสามารถรู้อิทธิพลของสี ว่าปีไหนควรใช้สีอะไรดีที่สุด ตัวอย่างเช่น 7-8 ปีก่อน ไม่มีรถยนต์ค่ายไหนกล้าออกสีดำ ไม่มีแฟชั่นไหนกล้าออกสีดำ เพราะ บางคนคิดว่า "สีดำ" เป็นสีอัปมงคล แต่จริง ๆ แล้ว อิทธิพลของสีในแต่ละปีต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนด หลังจาก 7-8 ปีที่ผ่านมา ไม่มีรถยนต์ค่ายไหนไม่ออกสีดำ และแฟชั่นทุกแฟชั่น สีดำมาแรงที่สุด ช่างดีไซด์เนอร์ เขารู้ได้อย่างไร ? และเขายังรู้อีกว่า รูปแบบยุคไหนจะทำเป็นรูปเหลี่ยม รูปมน หรือต้องอิงธรรมชาติ วิชาการศึกษา ได้แค่ระดับพื้นฐาน หรือเบสิค แต่ความสามารถอยู่ที่ประสบการณ์เท่านั้น ดังนั้น บุคลากรด้านช่างทุกช่าง มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ควรที่จะมองข้าม
มีผู้กล่าวไว้ว่า ถ้าไม่มีทะเลทราย และท้องทะเลขวางกั้น ท่านเจงกิสข่าน กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ต้องยึดครองโลกแน่ ในการศึกเมื่อรบชนะ ท่านเจงกิสข่าน จะให้ความสำคัญมากที่สุด คือ พวกช่าง สำคัญกว่าทรัพย์สมบัติและผู้หญิง และเมื่อนึกถึงชีวิตของคนเรา ขาดช่างได้ไหม ถ้าขาดช่างเราจะอยู่บ้านได้อย่างไร ขาดช่างเราจะมีเสื้อผ้าใส่ได้อย่างไร
ดังนั้น สมควรอย่างยิ่งที่จะสนับสนุน กลุ่มช่างต่าง ๆ ที่มีฝีมือ ให้มีความแข็งแรง และเขาจะเป็นครูอาจารย์ตัวจริงให้อีกต่างหาก การช่วยเหลือ ตัวอย่างเช่น การจัดตั้ง สหกรณ์ตระกูลช่างก่อสร้าง สหกรณ์ตระกูลช่างเจียระไนพลอย และตัวเรือน โดยใช้หลักการบริหารอย่างมืออาชีพ ลูกจ้างไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะถูกนายจ้างโกง และนายจ้างก็ไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะถูกลูกจ้างโกงเช่นกัน

1. บริหารออร์เดอร์เก่า ซึ่งมีมากกว่า 1 หมื่นบริษัททั่วโลก
2. บริหารออร์เดอร์ใหม่ คือ การสร้างตลาดท่องเที่ยว ซึ่งเรามีแบรนด์อยู่แล้ว และเป็นตลาดที่ดีที่สุด บริษัทที่แข็งแรงมากที่สุด และทุนหนามากที่สุดในเมืองไทย คือ Gems gallery เป้าของเขาคือ ตลาดท่องเที่ยวอย่างเดียว จันทบุรี มีจุดแข็งของการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จุดอ่อน คือ ขาดความสนใจของผู้บริหารแค่นั้นเอง เพียงแค่เลือกคนที่สนใจมาบริหาร ก็จะวิ่งแรงแซงหน้ากว่าจังหวัดอื่นแน่นอน ภายใน 2 ปี ให้คนมาเที่ยว ปีละ 1 ล้านคน 4 ปี ปีละ 2 ล้านคน และ 6 ปี มาเที่ยวปีละ 6 ล้านคน ก็ไม่น่าจะยากอะไร

เปิดบริษัท ฯ ร่วมทุนไปขอทำสัมปทานเปิดทำเหมืองพลอยก้อนที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพราะเรามีผู้ชำนาญการอยู่แล้ว และจัดทำสต๊อกพลอยก้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกไว้ที่จันทบุรี โดยจำหน่ายให้กับกลุ่มโรงงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ การคุมเกมส์วัตถุดิบเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเดอร์เบียก็ทำเช่นนั้น สามารถพยากรณ์ และต่อยอดได้ทั้งระบบ ผู้ที่ไปซื้อด้วยตัวเองจะไม่กระทบ แต่สต๊อกก้อนนี้ คือ ทางเลือกใหม่ให้เขา ควรเซ็นต์สัญญากับใบหยก และนักธุรกิจต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ทางอาฟริกาต้องการ เช่น เสื้อผ้า, ข้าวสาร, อาหารแห้ง และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยขายให้กับประเทศเขา แต่ไม่ต้องนำเงินกลับโดยให้ท่านทักษิณ เจรจา เปิดทางให้เราเข้าไปซื้อพลอยอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องถูกแก๊งมาเฟียกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา และให้ Gems Bank จ่ายเงินที่นั่นเลย ส่วนนักธุรกิจ เช่นใบหยก ก็มาเก็บเงินที่ Gems Bank ในจันทบุรี
เมื่อพิจารณาถึงโครงสร้าง ของวงจรธุรกิจอัญมณี ในความคิดเห็นของ CBS จุดเริ่มต้นขอการแก้ปัญหา น่าจะเป็น.......
1. จัดตั้งโรงงานกลาง เพื่อแก้ไขการขาดแคลนแรงงาน และจัดตั้งกองทุนผู้ใช้แรงงาน ในสาย อาชีพเดียวกัน (สร้างแรงจูงใจ และแก้ไขปัญหาระยะยาว) (สามารถทำได้เลย)
2. จัดตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และแก้ไขปัญหาให้กับผู้ค้า ผู้ผลิต โบรกเกอร์ และในสายอาชีพ (ไม่ควรให้เขาแก้ไขปัญหากันเอง เพราะผู้อ่อนแอกว่าจะเป็นผู้เสียเปรียบ และมารยาทสังคมจะสูญหาย) (สามารถทำ ได้เลย)
3. จัดตั้งกองทุนรับจำนำพลอยสำเร็จ และจำหน่ายพลอยสำเร็จ โดยมีสมาคม การันตรีคุณภาพ และมาตรฐานเกรดพลอยทุกชนิด (ให้เริ่มกะรัตละ 2,000 บาท ลงมาก่อน สต็อกพลอยที่ใหญ่ ที่สุดในโลกอยู่ที่นี่ควรทำให้ชัดเจน) ออร์เดอร์ทุกมุมของโลกจะมาอยู่ที่นี่
4. ยกระดับการเผาให้เป็นที่ยอมรับ ให้เป็นเบอร์ 1 ของโลกให้ได้และชัดเจน และจดลิขสิทธิ์การ เผาเป็นอาชีพสงวน เฉพาะคนไทยเท่านั้น
5. มีแล็ปตรวจเช็คพลอยเป็นของตัวเอง (ควรมีอำนาจต่อรองในการกำหนดความเชื่อถือ) และจัดทำ หลักสูตรการเรียน การสอน ในสายอาชีพอัญมณีครบวงจร เข้าสู่สถานศึกษา
6. จัดตั้งกองทุนนำเข้าและจำหน่ายพลอยดิบทุกชนิด (เรียนแบบให้คล้าย ๆ บริษัท เดอร์เบีย เป็น ตัวอย่าง แต่ของเราต้องดีกว่า)
6.1 จัดพื้นที่จำหน่ายให้สำหรับพ่อค้าก้อนจากต่างชาติ และให้เป็นตลาดพลอยก้อนที่ใหญ่ ที่สุดในโลก
6.2 เพิ่มความสะดวกให้คนไทย ไปซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศ มีโอกาสได้แข่งขันกับชาวต่างชาติ
6.3 จัดตั้งกองทุนรวมไปทำสัมปทานที่ต่างประเทศ และสำรวจพื้นที่ทุกมุมของโลก
6.4 จัดตั้งหน่วยข้าราชการรับผิดชอบโดยตรง ให้ทำงานสะดวก ปลอดภัย ทั้งขาไปและขากลับ
7. ผลักดันให้เป็นสินค้าปลอดภาษีหรือ ให้จันทบุรีและตราด เป็นพื้นที่พิเศษ เป็นเขตปลอดภาษี นักธุรกิจอัญมณี โรงงานทำตัวเรือน และสินค้า แบรนท์ดัง จะมาจองพื้นที่ทันที (เก็บภาษี ข้างเคียงได้อานิสงมากกว่าหลายร้อยเท่า)
8. จัดงาน จันทบุรี เจมส์ แอ่นจิวเวอร์รี่ แฟร์ โดยให้เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย 70 % ต่างชาติ 30 %
9. จัดตั้งพิพิธภัณฑ์อัญมณี ที่ดีที่สุดในโลกให้อยู่ที่นี่ และจัดทำเรื่องราวตำนานอัญมณี (เรามี ข้อมูลที่ดีที่สุด) โดยจัดจ้างมืออาชีพระดับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค มาจัดทำเรื่องราว 10 ตอน 10 แผ่น ลงทุน 10 ล้านบาท แต่จะขายลิขสิทธิ์ให้กับทีวี ทั้งในและต่างประเทศ จะได้มากกว่าหลายเท่า และเป็นสื่อโฆษณาที่ดีที่สุด
10. ใส่ศิลปะ และวัฒนธรรม ตามจุดต่าง ๆ ของแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ดีที่สุดแบบ " เกินคาด " และ เชื่อมโยงให้เป็นนครแห่งอัญมณี และเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตัวใหม่ของโลก เราสามารถสู้ เขาได้สบายมาก
เนื่องจาก 1. เราพร้อมกว่าเขาทุกด้าน
2. ชัยภูมิหรือฮวงจุ้ยดีกว่าเขาหมด
3. เราอยู่ใจกลางกว่า 3,200 ล้านคน ที่กำลังจะเป็นเศรษฐีใหม่
4. การต่อยอด โอกาสขยายเพิ่มจุดแข็ง และต้นทุน ถูกกว่าที่อื่นชัดเจน
วัตถุประสงค์
1. บริหารออร์เดอร์ หรือทำการตลาดอย่างมืออาชีพ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยระบายสินค้า ของ ผู้ประกอบการที่ค้างสต็อกได้ดีที่สุด
2. เป็นจุดเซ็นเตอร์ให้ลูกค้าได้ติดต่อ หรือสั่งซื้อได้ดีที่สุด ซึ่งมีมากกว่า 1 หมื่นบริษัททั่วโลก
3. การบริหารการตลาด สามารถพยากรณ์การสั่งซื้อวัตถุดิบการผลิต และการขยาย ต่อยอดได้ดีที่สุด
4. เพิ่มจุดแข็ง ในการสร้างแบรนท์ให้กับวงการอัญมณี ภายในจังหวัดจันทบุรี
5. เป็นผู้นำตลาดพลอยก้อน และตลาดพลอยสำเร็จชัดเจน
6. เพิ่มจุดแข็งให้กับตลาดอัญมณี และตลาดการท่องเที่ยว
วิธีดำเนินการ
จัดตั้งบริษัท การันตีเกรดพลอย ใช้ระดับราคากระรัตละน้อยกว่า 2,000 บาท โดยอาศัยฐานข้อมูลจากลูกค้าโรงงานตัวเรือน เป็นหลัก หลังจากนั้น บริษัทรับจำนำและฝากขายจึงจะดำเนินการได้ การรับจำนำจะจ่าย ให้ 50 % คิดดอกเบี้ย 1 % และเมื่อมีการจำหน่าย จะคิด 1 % ของยอดขาย ใช้งบประมาณไม่เกิน 500 ล้านบาท รับจำนำพลอยให้ได้มากกว่า 1 ล้านกระรัต และโปรโมทว่าเป็นสต็อกพลอยที่มีมากที่สุดในโลก และเชื่อมโยงให้ถึง ซึ่งมีมากกว่า 1 หมื่นบริษัท ยินดีรับสั่งออร์เดอร์ทุกชนิด เป็นการฉุดผู้ประกอบการรายย่อย ให้มีแรงได้ต่อสู้ หรือแข่งขันอย่างดีที่สุด จัดตั้งกองทุนพลอยก้อน ใช้งบประมาณไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยไปขอสัมปทานทำเหมืองที่ประเทศอาฟริกา โดยมีท่านทักษิณ ชินวัตร คอยสนับสนุนอยู่ ยุทธศาสตร์ก็จะขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี โรงงาน การตลาด และวัตถุดิบ ต้องขับเคลื่อนให้บาลานซ์ " ต้องสนับสนุนผู้ประกอบการ ให้มีระดับที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งให้ได้ " ส่วนวิธีการ และแผนงานจะทำอย่างไร ?.........................
การตรวจเช็คพลอย ได้สร้างปัญหาต่อวงการอัญมณีเป็นอย่างมาก เนื่องจาก การเผาพลอย ย่อมมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีลองผิด ลองถูก เป็นเรื่องปกติ พลอยไม่สวย ราคาถูก แต่เผาให้เป็นพลอยสวย ราคาแพงได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องลงทุนมาก และผลประโยชน์ก็ประเมินราคาไม่ได้ ดังนั้น ผู้รู้สูตร จึงไม่มีความต้องการ ที่จะเปิดเผยแน่นอน "สินค้าระดับแบรนท์ดัง" มีอายุหลายสิบปี ระดับความเชื่อถือของลูกค้า ก็ประเมินราคาไม่ได้ ถ้าไม่มีคำตอบให้ลูกค้า ว่าเป็นพลอยอะไรก็เสี่ยงไม่ได้ ดังนั้น เขาก็ไม่ต้องการล้มในชั่วข้ามคืนเช่นกัน
ปัญหา คือ การตรวจเช็คของแล็บ มีปัญหาเอง ตามพวกเราไม่ทัน ไม่รู้จะใช้มาตรฐานอะไรมาการันตี แล็ปที่มีชื่อเสียง และไว้วางในมากที่สุด กลับมีปัญหามากที่สุด กลัวถูกฟ้องกลับ และกลัวที่จะเสียความเชื่อถือ มีมากที่ไม่สามารถกล้ายืนยันได้ว่า "เป็นพลอยแท้ หรือ พลอยเทียม" และ บางเม็ดราคาเป็นล้าน และหลายล้าน (ลูกค้าคนไหนจะกล้าซื้อ) ต้องยกเลิก ต้องเสียโอกาส เพราะอำนาจอิทธิพลของแล็บ เขานั่งดูแต่กล้องขยาย และตำราหนังสือ แต่หลักความจริง เขาต้องมีหน้าที่ ที่จะต้องมาเรียนรู้ และกิน อยู่กับเราบ้างถึงจะถูก เพราะพลอยแต่ละบ่อ แต่ละที่ มีเชื้อไม่เหมือนกัน เขาไม่กล้าฟันธงได้เลยว่า พลอยชนิดนี้ แหล่งที่มาอยู่ที่ไหน แต่พวกเรารู้และกล้าฟันธง ด้วยความรู้ของพวกเรา กับพวกเขาแตกต่างกันมาก แต่อำนาจ ตกอยู่ในมือเขา ดังนั้น จึงเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน
วิธีแก้
จัดตั้งแล็บตรวจเช็คพลอย มาตรฐานสูงที่สุดในจันทบุรี และมีพิพิธภัณฑ์อัญมณีที่ดีที่สุดในโลก หรือยกของสถาบันวิจัย และพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) มาตั้งสาขาใหญ่อยู่ที่นี่
มีอาจารย์บอกข้าพเจ้าว่า ชัยภูมิที่ดี คือ หลังพิงเขาหน้าออกทะเล แต่มีดีกว่า คือ เป็นรูปรังนก ข้าพเจ้าถามว่า เพราะอะไร ท่านอาจารย์บอกว่า เพราะรังนกให้ชีวิต ให้ความอบอุ่น ข้าพเจ้าก็เลยดูแผนที่ที่กูเกิ้ล พบว่า จันทบุรี กับ ตราด รวมกันเป็นรูปรังนกกระจิบ กระจาบ พอดี ให้สังเกตุ ประเทศที่เจริญแล้ว ชัยภูมิ หลังจะพิงเขาหน้าออกทะเล เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย หรือแม้แต่อเมริกา เมืองหลวง คือ วอชิงตัน แต่ความดังอยู่ นิวยอร์ค จันทบุรี กับตราด นอกจากหลังพิงเขา หน้าออกทะเลแล้ว ยังเป็นรูปรังนกอีกต่างหาก จึงน่าสนใจมากที่สุด
ประเทศไทยอยู่ศูนย์กลางของประชากรกว่า 3,200 ล้านคน จีน 1,347 ล้านคน อินเดีย 1,193 ล้านคน รัสเซีย 142 ล้านคน ออสเตรเลีย 12.6 ล้านคน อินโดนีเซีย 240 ล้านคน เวียดนาม 85.3 ล้านคน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินท์ และ ประเทศทางมุสลิม ตะวันออกกลางอีก
เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่ของศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ระดับต้น ๆ ของเอเชีย ฮ่องกง 1092 ตารางกิโลเมตร สิงคโปร์ 682 ตารางกิโลเมตร กรุงเทพฯ 1,568.37 ตารางกิโลเมตร และ จันทบุรี 6,338 ตารางกิโลเมตร ตราด 2,819 ตารางกิโลเมตร หากเอาจันทบุรี และตราด มารวมกัน จะได้พื้นที่ใช้งาน 9,157 ตารางกิโลเมตร จะเห็นว่าจำนวนเนื้อที่สำหรับที่ใช้กับระบบเศรษฐกิจของจันทบุรี และตราด ใหญ่กว่าฮ่องกง ถึง 8 เท่า สิงคโปร์ ถึง 13 เท่า กรุงเทพฯ ถึง 6 เท่า หากมีการสนับสนุน ทางเศรษฐกิจ จะมีผลได้มากกว่าเสีย เนื่องจากมีพื้นที่รองรับมากพอ โดยจะต้องร่วมกันผลักดันดังต่อไปนี้
1. ผลักดันให้จันทบุรี และตราด เป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวใหม่ของโลก และให้เกิดการสร้างแบรนด์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเรามีพื้นฐานดีอยู่แล้ว มีความเป็นไปได้สูง เราสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูใด หากทางยุโรบเป็นฤดูหนาว บ้านเราก็จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากยุโรบในสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมได้ และมีผลไม้ซึ่งเป็นแบรนด์ธรรมชาติของเรารอต้อนรับอยู่
2. ผลักดันให้สร้างนครแห่งอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุดแข็งเราเป็นจุดกำเนิด เป็นแหล่งผลิตพลอยมากที่สุด และมี แบรนด์อยู่แล้ว (ขาดคู่แข่งทันที)
3. ผลักดันให้จันทบุรี กับตราด เป็นแหล่งเศรษฐกิจพิเศษ ไม่ต้องเสียภาษี (ฮ่องกงแออัดมากเกินไป)
4. ผลักดันให้เป็นตลาดศูนย์กลาง ผัก ผลไม้ ยางพารา สมุนไพร และ ข้าว ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (จุดแข็งมีแบรนด์อยู่แล้ว)
5. ผลักดันให้มีโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ลงที่นี่ จุดแข็งคือ บรรยากาศ สภาแวดล้อมที่ดี เดินทาง สะดวก และ ราคาถูก
6. ผลักดันให้มีรถไฟความเร็วสูง 250 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง จากสุวรรณภูมิ มาจันทบุรี ภายใน 1 ชั่วโมง เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อัญมณี, โรงงานผลิตอัญมณี, ตลาดอัญมณี, น้ำตกพลิ้ว, น้ำตกกระทิง,น้ำตกเขาสอยดาว, ชมสวนผลไม้, เที่ยวชายหาด, รับประทานอาหารซีฟู๊ด ต่อไปจังหวัดตราดเที่ยวเกาะช้าง ไปเที่ยวที่นครวัด นครธม, ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และ สุสานเขมรแดง ในกัมพูชาไปเที่ยวดูหลุมหลบภัย, สนามรบเดียนเบียนฟู ซึ่งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม ตักบาตร ข้าวเหนียวเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว, ไหว้เจดีย์ชเวดากอง ที่ยอดเจดีย์เป็นทองคำแท้ ๆ ในพม่าลงมาเชียงใหม่ ชมศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ (ขันโตกและการแสดง) นมัสการพระธาตุดอยสุเทพ,เที่ยวดอยอินทนนท์เดินทางเที่ยวต่อที่กรุงเทพมหานคร สุวรรณภูมิ และเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ กลุ่มสินค้าแบรนด์ดังต่าง ๆ จะมาลงทุนทันทีที่โครงการชัดเจน รองรับความประสบความสำเร็จของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย และอื่น ๆ อีกหลายประเทศในอาเซียนของเรา
